CChocoMoji
หน้าแรกความรู้สัตว์เลี้ยงโรคและสุขภาพวัคซีนหมาแมว วัคซีนจำเป็นต้องฉีดอะไรบ้าง และต้องฉีดซ้ำเมื่อไหร่

วัคซีนหมาแมว วัคซีนจำเป็นต้องฉีดอะไรบ้าง และต้องฉีดซ้ำเมื่อไหร่

Vaccines for Dogs & Cats: What's Essential

สุนัขแมวสุขภาพ

วัคซีนแบ่งเป็นแบบจำเป็น (core) ที่ควรฉีดทุกตัว และแบบเสริม (non-core) ที่ฉีดตามไลฟ์สไตล์และความเสี่ยง การเข้าใจหลักการนี้จะช่วยให้ตัดสินใจเรื่องวัคซีนกับสัตวแพทย์ได้ตรงจุดและไม่ฉีดเกินจำเป็น

สัตวแพทย์กำลังฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าให้แมว
ภาพ: File:Cat rabies vaccination.jpg · CC BY 2.0 · 807th Medical Command (Deployment Support) from Salt Lake City (Fort Douglas), UT, United States of America

วัคซีนหลักสำหรับสุนัข

  • ไข้หัดสุนัข (Distemper)
  • ไวรัสตับอักเสบหรืออะดีโนไวรัส (Adenovirus)
  • พาร์โวไวรัส (Parvovirus)
  • ไวรัสหวัดหรือพาราอินฟลูเอนซา (Parainfluenza)
  • พิษสุนัขบ้า (Rabies)
  • เลปโตสไปรา (Leptospirosis) ซึ่งแนวทางล่าสุดแนะนำให้เป็นวัคซีนหลักสำหรับสุนัขทุกตัว
รายการนี้เป็นแนวทางทั่วไปจาก AAHA/WSAVA การเลือกวัคซีนจริงควรปรึกษาสัตวแพทย์เพราะขึ้นกับพื้นที่และความเสี่ยงของแต่ละตัว

วัคซีนหลักสำหรับแมว

  • ไข้หัดแมวหรือแพนลิวโคพีเนีย (FVRCP/Panleukopenia)
  • ไวรัสเริมและคาลิซีที่ทำให้ทางเดินหายใจและตา (ส่วนหนึ่งของ FVRCP)
  • พิษสุนัขบ้า (Rabies)
  • ไวรัสมะเร็งเม็ดเลือดขาวแมว (FeLV) สำหรับแมวที่ออกนอกบ้านหรืออยู่ร่วมกับแมวตัวอื่น

การให้วัคซีนแมวควรคำนึงถึงความเสี่ยง เช่น แมวที่อยู่ในบ้านเท่านั้นอาจไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนบางชนิดที่เฉพาะสำหรับแมวที่ออกนอกบ้าน สัตวแพทย์จะประเมินให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์

ตารางการฉีดที่พบบ่อย

ช่วงอายุการฉีดหมายเหตุ
ลูกหมา/ลูกแมว 6–8 สัปดาห์วัคซีนหลักเข็มแรกเริ่มชุดวัคซีนรวม
ทุก 2–4 สัปดาห์ จนถึง 16 สัปดาห์ขึ้นไปฉีดซ้ำต่อเนื่องเพื่อให้แน่ใจว่าภูมิคุ้มกันจากแม่ไม่ไปขัดขวางวัคซีน
อีก 1 ปีหลังชุดแรกกระตุ้นเข็มถัดไปต่อยอดภูมิคุ้มกันระยะยาว
หลังจากนั้นกระตุ้นทุก 3 ปี สำหรับวัคซีนหลักบางชนิดตามแนวทาง AAHA/WSAVA วัคซีนบางชนิดอาจต้องฉีดทุกปี
ตารางนี้อาจแตกต่างกันตามยี่ห้อวัคซีนและคำแนะนำของสัตวแพทย์แต่ละราย ให้ยึดแผนจากคลินิกที่ดูแลสัตว์เป็นหลัก

วัคซีนเสริม (Non-core)

วัคซีนเสริมฉีดเฉพาะสัตว์ที่มีความเสี่ยง เช่น สุนัขที่ไปโรงเรียนฝึกหรือสถานที่รวมหมา อาจได้วัคซีน bordetella (โรคไอหงอนไก่) หรือไข้หวัดสุนัข สุนัขที่โดนเห็บกัดตามป่าอาจได้วัคซีนไลม์ ส่วนแมวที่ออกนอกบ้านอาจได้วัคซีน FIV สัตวแพทย์จะประเมินความเสี่ยงแล้วแนะนำเป็นรายตัว

  • สอบถามสัตวแพทย์ว่าไลฟ์สไตล์ของสัตว์เลี้ยงเสี่ยงกับโรคใดบ้าง
  • ไม่ต้องฉีดวัคซีนทุกชนิดที่มีขาย เพราะการฉีดเกินจำเป็นไม่เกิดประโยชน์และมีค่าใช้จ่าย
  • บันทึกประวัติวัคซีนทุกครั้งและพกติดตัวเมื่อเดินทาง

ผลข้างเคียงที่ควรรู้

  • เซื่องซึมหรือเบื่ออาหารเล็กน้อย 1–2 วันหลังฉีด เป็นเรื่องปกติ
  • บวมหรือกดเจ็บบริเวณที่ฉีด อาจอยู่หลายสัปดาห์
  • อาการแพ้รุนแรงพบได้ยาก เช่น หายใจลำบาก หน้า/ปากบวม หรืออาเจียน ควรรีบพบสัตวแพทย์ทันที
ความเชื่อ: หมาแมวไม่ออกไปข้างนอกก็ไม่ต้องฉีดวัคซีน

ความจริง: สัตว์ที่อยู่ในบ้านก็มีความเสี่ยง เช่น เชื้อติดเข้ามากับคน รองเท้า หรือสัตว์อื่น และวัคซีนพิษสุนัขบ้ายังเป็นการป้องกันโรคที่อันตรายต่อคนในบ้านด้วย การปรึกษาสัตวแพทย์ช่วยตัดสินใจตามความเสี่ยงจริง

เรื่องน่ารู้: วัคซีนหลัก (core) ควรฉีดให้สัตว์ทุกตัวเริ่มตั้งแต่ลูกสัตว์และกระตุ้นตามกำหนด ส่วนวัคซีนเสริมฉีดตามไลฟ์สไตล์และความเสี่ยง ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อแผนที่เหมาะสม

คำถามพบบ่อย

ลูกหมา-ลูกแมวต้องฉีดวัคซีนกี่ครั้ง?

โดยทั่วไปเริ่ม 6–8 สัปดาห์ แล้วฉีดซ้ำทุก 2–4 สัปดาห์จนถึงอายุ 16 สัปดาห์ขึ้นไป ตามด้วยกระตุ้นอีกครั้งใน 1 ปี แล้วจึงยืดระยะได้ตามแนวทาง

วัคซีนหลักและวัคซีนเสริมต่างกันยังไง?

วัคซีนหลักจำเป็นสำหรับทุกตัว เช่น ไข้หัด พาร์โว พิษสุนัขบ้า ส่วนวัคซีนเสริมฉีดตามความเสี่ยง เช่น bordetella หรือ FIV ขึ้นกับไลฟ์สไตล์และพื้นที่

ฉีดวัคซีนแล้วต้องฉีดซ้ำทุกปีไหม?

ไม่จำเป็นทุกชนิด วัคซีนหลักบางชนิดกระตุ้นทุก 3 ปีตามแนวทาง AAHA/WSAVA แต่บางชนิดยังต้องฉีดทุกปี ให้สัตวแพทย์วางแผนตามยี่ห้อวัคซีนและความเสี่ยง

ผลข้างเคียงหลังฉีดวัคซีนควรทำยังไง?

อาการเซื่องซึมเล็กน้อย 1–2 วันเป็นปกติ แต่ถ้ามีใบหน้าบวม หายใจลำบาก หรืออาเจียน ต้องรีบพบสัตวแพทย์ทันที

แหล่งอ้างอิง

วัคซีน — วิกิพีเดียภาษาไทย

การให้วัคซีน — วิกิพีเดียภาษาไทย

WSAVA — Vaccination Guidelines

AAHA — Canine Vaccination Guidelines

Cornell Feline Health Center — Feline Vaccines: Benefits and Risks